พระอาจารย์ชยสาโร ศูนย์รวมจิตใจของชาวทอสี

พระอาจารย์ชยสาโร ศูนย์รวมจิตใจของชาวทอสี

พระอาจารย์ชยสาโร ศูนย์รวมจิตใจของชาวทอสี จากทอสีสัมพันธ์ ฉบับ 25 ปีทอสี ประจำปีการศึกษา 2558 ภาคเรียนที่ 2
แม้ว่าครูอ้อนจะเป็นลูกศิษย์ของพระอาจารย์ชยสาโรมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงเรียนทอสี ทว่าเบื้องแรกก่อนที่จะมีการต่อยอดไปสู่ประถมศึกษานั้น ทอสียังมีการเรียนการสอนในแนวทางเตรียมความพร้อมเหมือนหลายๆ โรงเรียน จนกระทั่งมีเสียงเรียกร้องให้เปิดประถมศึกษา ครูอ้อนจึงได้กราบนิมนต์พระอาจารย์ชยสาโรมาร่วมประชุม ซึ่งท่านได้เมตตามาให้แนวคิดอย่างเป็นระบบ และหลังจากที่ท่านได้รับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาในปี พ.ศ. 2541 การศึกษาพุทธปัญญาก็เริ่มหยั่งรากที่โรงเรียนทอสีนับแต่นั้น

เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี โรงเรียนทอสี พระอาจารย์ชยสาโรได้เมตตาให้สัมภาษณ์ทอสีสัมพันธ์เพื่อฝากข้อคิดอันทรงคุณค่าถึงชาวทอสีทุกคน

Q: พระอาจารย์เห็นพัฒนาการเติบโตของการศึกษาพุทธปัญญาที่ทอสีและปัญญาประทีปอย่างไรบ้าง
ทอสีมีผู้ใหญ่ที่อยู่เป็นหลักอยู่หลายท่าน ที่เข้าใจหลักการที่ดี ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาอยู่ว่าครูมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี ครูที่อยู่ได้นานจนเข้าใจหลักยังไม่มีมากเท่าที่ควร การพัฒนาโรงเรียนก็เหมือนการปฏิบัติธรรม คนทั่วไปจะเข้าใจว่าเหมือนกับการขึ้นบันได 1 พรรษา ก็ 1 ขั้น 2 พรรษา ก็ 2 ขั้น แต่จริงๆ การปฏิบัติก็มีขึ้นมีลง โรงเรียนก็เหมือนกัน มีขึ้นมีลง แต่โดยภาพรวมแล้วขึ้นมากกว่าลง

เราก็ไม่ประมาทในปัญหา เราถือว่านี่ไม่ใช่ระบบที่ตายตัว แน่นอนเรารับมาจากพระพุทธเจ้า อันนี้เป็นของใหม่ เราใช้วิธีทดลอง แล้วก็ปรับปรุงแก้ไขอยู่เรื่อยๆ แต่จะประเมินผลให้ชัดเป็นเรื่องที่ยาก เพราะสิ่งที่โรงเรียนให้กับเด็กเป็นเพียงส่วนของของชีวิตเด็ก แต่สิ่งที่แวดล้อมอื่นๆ ทั้งที่บ้าน และสิ่งแวดล้อมทางสังคมก็มีหลายอย่างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตามการที่เราทำมานานหลายปี ความรู้ความเข้าใจก็เพิ่มขึ้น เรื่องการนั่งสมาธิก็เป็นสิ่งที่ยังต้องเพิ่ม เรื่องการพัฒนาความคิดทั้งการคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์ก็เป็นสิ่งที่เราอยากจะเน้น ในสายตาของคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่าวิถีพุทธปัญญาเป็นปัญญาตรงไหน อย่างไร เราจึงอยากจะทำให้เรื่องนี้ชัดเจนยิ่งขึ้น อาตมาจึงไม่อยากสรุปว่า อะไรๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ก็มีหลายอย่างที่ซาบซึ้งรู้สึกชื่นใจ แต่ส่วนอาตมาเองก็ยังสนใจในสิ่งที่ยังไม่ดีมากกว่าสิ่งที่ดี เพราะอยากจะปรับปรุงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

Q: กราบนิมนต์พระอาจารย์ให้แนวทางในการพัฒนาการศึกษาพุทธปัญญาให้ดียิ่งขึ้น
การเห็นกระบวนการพัฒนาปัญญาในมุมมองของพุทธศาสนาให้เป็นระบบที่ชัดขึ้น อาตมามองเห็นว่าปัญหาใหญ่ในระบบการศึกษาไทยทั่วไป เป็นเรื่องการพัฒนาการคิดวิเคราะห์ และการคิดสร้างสรรค์ อาตมาว่าของพุทธเราน่าจะเป็นผู้นำในเรื่องนี้ สามารถเป็นตัวอย่าง สามารถทำหลักสูตร ทำรูปแบบที่โรงเรียนรัฐอาจจะเอาไปใช้ได้ อาตมามีความเชื่อมั่นว่าถ้าเราช่วยกันพัฒนาวิธีนี้ให้ดี เรามีอะไรที่จะให้กับสังคมไทยได้มาก ก็อยู่ที่ว่าเราต้องทำของเราให้ดีที่สุดก่อน

Q: พระอาจารย์รู้สึกอย่างไรกับช่วงเวลาสิบกว่าปีที่ได้เข้ามาเป็นองค์ประธานที่ปรึกษาให้กับโรงเรียนทอสี
รู้สึกเป็นการใช้เวลาที่คุ้มค่า คือ ตามหลักชีวิตที่สมบูรณ์ต้องมีการสร้างประโยชน์ตน สร้างประโยชน์ท่านพร้อมกัน เมื่ออาตมาได้ออกจากวัดป่านานาชาติ ไม่ได้ครองตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาส แล้วก็ทำประโยชน์ต่อสงฆ์ ประโยชน์ต่อชาวบ้านเหมือนแต่ก่อน ปลีกวิเวกอยู่รูปเดียว ที่ทำเช่นนั้นก็มีจุดประสงค์อย่างหนึ่งที่จะมีเวลาให้กับส่วนรวม อยากจะเน้นในเรื่องการศึกษามากขึ้น ซึ่งตราบใดที่ยังเป็นเจ้าอาวาสอยู่คงจะมีเวลาน้อย ก็อยากทำงานให้กับสังคมไทยที่จะเป็นประโยชน์ในระยะยาว ด้วยความสนใจและความสามารถเฉพาะตน เรื่องนี้จะเหมาะที่สุด ก็เลยเลือกที่จะทำงานด้านนี้ แล้วก็พอใจมากๆ ว่าเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยจริง

Q: พระอาจารย์อยากฝากอะไรถึงชาวทอสี
อย่งเพิ่งสันโดษในสิ่งที่ดีที่ได้ทำแล้ว อย่าทอดธุระในกุศลธรรมทั้งหลาย ให้ทำให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ขอให้มีความภาคภูมิใจในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชีวิตของลูกตัวเองด้วย ของโรงเรียนด้วย และวิถีนี้ด้วย เวลาที่ชาวทอสีทั่วไปจะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงก็ไม่กี่ปี ให้ทุกคนฉวยโอกาสในเวลาที่ลูกอยู่ที่นี่มาเกี่ยวข้องโดยตรง ก็อยากให้เห็นด้วยว่าโรงเรียนนี้ไม่ใช่โรงเรียนสำหรับเด็กอย่างเดียว เราต้องการให้ผู้ปกครองได้ประโยชน์ด้วย ให้คุณครูได้ประโยชน์ด้วยทุกคน

Share this post :