น้องส้ม-ปานชุตา ปานพรหม คือนักเรียนที่จบ ป.6 เป็นรุ่นแรก แม้ไม่ได้เข้าเรียนพร้อมเพื่อนๆ เพราะเธอเข้าเรียนตอนป.5 แต่เธอก็มีความผูกพันกับทอสี และกลับมาเยี่ยมคุณครูเป็นประจำทุกปี
“ส้มเรียนทอสีได้สองปี ตอนนั้นเรียนเป็นห้อง ‘ชั้นคละ’ คือ ป.4-ป.6 เรียนรวมในห้องเดียวกัน สิ่งที่ส้มได้จากทอสี ก็คือความคิดและเรื่องธรรมะ ส้มรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสุขง่ายทุกข์ยาก เวลาเจอปัญหา ส้มก็รู้ว่าจะจัดการอย่างไร ควรคิดแบบไหนเพื่อให้เรามีความสุขและใจสงบ เวลาทำงานได้เจอคนหลากหลายประเภท คนดีก็มีมาก แต่เมื่อเจอคนประเภทคิดร้าย ไม่เผื่อแผ่ธรรมะทำให้ส้มอยู่กับเขาได้อย่างมีความสงบสุขในใจค่ะ
“ครูเป็นตัวอย่างที่ดี และทำให้ส้มเห็นว่าเวลาเกิดปัญหาขึ้น ก็แค่หาทางแก้ไขและปรับปรุง ปัญหาก็จะผ่านไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้ฝึกส้มให้ใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง ตอนเด็กๆ ส้มเคยคิดอยากเป็นครู เพราะรู้สึกรักและสนิทกับครูมาก พอจบม.ปลาย ส้มได้ไปเรียนปริญญาตรีที่ญี่ปุ่น จึงอยากทำงานที่สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไทยกับญี่ปุ่น ตอนนี้ส้มก็ได้ทำแล้ว ส้มเป็นเลขาให้กับเอ็มดีของบริษัทมิตซูบิชิเอเลเวเตอร์ ชีวิตมีความสุขมากค่ะ
“คิดว่าการศึกของทอสีเหมาะกับประเทศไทยมากค่ะ ธรรมะจะช่วยทำความสะอาดจิตใจของเด็กๆ ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เด็กๆ จะรู้จักปล่อยวางหรือถอยห่างออกมาได้ อยากให้ทอสีเน้นเรื่องธรรมะเหมือนเดิม เพราะทำให้เราสามารถจัดการกับอารมณ์ตัวเองได้ดีจริงๆ ทำให้เราเข้าใจคนที่คิดต่างกับเรา และอยู่กับพวกเขาอย่างสบายใจ ไม่ต้องคิดแข่งขันกับใคร แข่งกับจิตใจของเราก็พอค่ะ” ส้มกล่าวถึงสิ่งที่เธอได้รับจากโรงเรียนทอสี
ขณะที่ กระต๊อบ-นเรศ เศรษฐบุตร ซึ่งเข้าเรียนทอสีตอนป.2 และเรียนจบป.6 ในปี พ.ศ.2547 กระต๊อบกล่าวถึงสิ่งที่ได้รับจากรั้วทอสีว่า “สิ่งที่ผมจำได้และยังไม่ลืมจนถึงทุกวันนี้ คือการใช้ชีวิต ผมว่าวิชาการก็ไม่แตกต่างจากโรงเรียนอื่นๆ แต่ทอสีทำให้ผมรู้ว่า ผมจะใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ หรือสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้อย่างไร ทำให้ผมเข้าใจและยอมรับอะไรใหม่ๆ ได้ง่าย ทำให้ผมอยู่ในสังคมได้อย่างสบาย ทำให้ผมเข้าใจและยอมรับคนอื่นได้ ทักษะการใช้ชีวิตแบบนี้ ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า ผมได้มาจากการสั่งสอนของครูที่ทอสี
“ตอนผมเรียนอยู่ทอสี ครูสอนให้ผมปลูกต้นไม้ ดูแลต้นไม้ สอนให้ผมรู้จักแยกขยะ สอนให้ผมรู้จักวิธีเก็บเงินจากการนำขยะที่บ้านมาชั่งกิโลขาย สอนให้ผมรู้จักความเมตตา สอนให้ผมเข้าใจคนที่แตกต่างจากผม โดยเฉพาะคนที่ลำบากกว่าเรา ครูประจำชั้นจะปลูกฝังสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ซึมเข้าไปในตัวเราเรื่อยๆ จนเราได้พัฒนาทางจิตใจ จิตใจเราจะไม่แข็งกระด้าง ผมเลยอยากให้ทุกโรงเรียน ไม่เพียงแต่สอนด้านวิชาการเท่านั้น แต่จะต้องพัฒนาจิตใจของนักเรียนให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนที่ทอสีทำ
“ตอนนี้ผมมีความตั้งใจที่จะสอบเป็นปลัดอำเภอ เพราะผมอยากทำอะไรเพื่อคนอื่น ผมอยากช่วยเหลือคนที่ทุกข์ยาก ผมขอฝากให้ครูอ้อนและคุณครูทุกคนพัฒนาโรงเรียนทอสีให้คงอยู่ต่อไป ฝากผู้ปกครองให้พาลูกหลานมาเรียน เพราะจะได้อะไรกลับไปมากกว่าที่เราคิด และฝากน้องๆ ให้เก็บเกี่ยวทั้งความรู้วิชาการและวิชาชีวิตไปพร้อมๆ กัน”